พื้นฐานการถ่ายภาพที่ควรรู้


พื้นฐานการถ่าย

พื้นฐานการถ่ายภาพ

รวมพื้นฐานการถ่ายภาพที่ควรรู้ เรื่องรูรับแสง, ความเร็วชัตเตอร์, ISO, ทางยาวโฟกัส , คอมโพซิชั่น และโหมดการถ่ายภาพ

Aperture(รูรับแสง)

เรื่องของรูรับแสง เลนส์ที่รูรับแสงกว้าง แสงจะเข้าที่กล้องมาก ถ่ายภาพกลางคืนได้ดีครับ และที่สำคัญคือทำให้เกิดเอฟเฟคที่ชอบมากคือหน้าชัดหลังเบลอ

ส่วนรูรับแสงแคบ คือตรงกันข้าม ภาพจะเข้าที่กล้องน้อยลง แต่จะได้เอฟเฟคที่เกิดการชัดลึก คือภาพชัดทั้งภาพเลย เหมาะกับการถ่ายภาพวิวทิวทัศน์ค่ะ

รูรับแสงกว้าง

-แสงเข้าภาพสว่าง
-หน้าชัดหลังเบลอ
-เน้นถ่ายคนละลายหลัง
-ถ่ายในที่แสงน้อยได้ดี

รูรับแสงแคบ

-แสงเข้าน้อยภาพมืด
-ถ่ายแล้วชัดทั้งภาพ
-นิยมกับการถ่ายวิว
-ถ่ายที่แสงน้อยยาก 

 

Shutter Speed

ว่ากันด้วยเรื่องของความเร็วชัตเตอร์ ความเร็วชัตเตอร์หลักเลยคือเราใช้จับภาพที่เคลื่อนไหวให้นิ่งครับ แต่ก็ผลกระทบเหมือนกันคือเมื่อความเร็วชัตเตอร์เราเพิ่มขึ้น แสงจะเข้ากล้องน้อยลง เพราะงั้นการใช้ความเร็วชัตเตอร์ที่สูงควรใช้ในสถานที่ ที่อยู่กลางแจ้ง มีแสงมากครับ เพื่อจะได้ไม่ต้องเพิ่ม ISO

แต่ Speed Shutter ที่ช้าลงจะทำให้เราเก็บแสงได้มากขึ้น และก็เป็นอีกเทคนิคหนึ่งที่เราใช้ในการลากแสงไฟนั่นเอง ดังนั้นการจะใช้ชัตเตอร์เท่าไหร่นั้นไม่มีกฎตายตัวนะครับ อยู่กับว่าเราอยากได้ภาพแบบไหน และเรากำลังเจอสถานการณ์ไหนนั่นเองครับ

ชัตเตอร์เร็ว

-จับภาพได้นิ่ง

-ควรถ่ายกลางแจ้ง

-แสงจะเข้ากล้องน้อยลง

-ใช้จับภาพกีฬา เด็กวิ่งหรืออะไรที่เคลื่อนที่เร็ว

ชัตเตอร์ช้า

-แสงเข้ากล้องเยอะมาก
-มักจะถ่ายในที่แสงน้อย
-ระมัดระวังเรื่องภาพเบลอ
-ใช้เก็บลากแสงไฟก็ได้ หรือถ่ายภาพในที่แสงน้อยได้

ISO - ความไวแสง

ISO เป็นความไวแสงที่กล้องมีครับ ถ้ายิ่ง ISO มาก กล้องก็จะไวแสงมาก ข้อดีคือ ISO สูงจะทำให้เราถ่ายภาพในที่มืดได้ แต่การที่ ISO สูงมากก็จะทำให้เกิดสัญญาณรบกวนหรือว่า Noise นั่นเองครับ

ดังนั้นการเลือกใช้ ISO ก็ควรดูด้วยว่าเราต้องการอะไรในภาพตอนนั้น ถ้าเราถ่าย Landscape กลางแจ้ง มีขาตั้ง เราก็ไม่ต้องดัน ISO ครับ ใช้ต่ำที่สุดที่กล้องให้ก็ได้

แต่ถ้าหากเราถ่ายภาพในอาคาร เราไม่สามารถเพิ่มรูรับแสง หรือลดสปีดจนถือกล้องได้แล้ว เราก็ควรเลือกที่จะดัน ISO เพื่อให้กล้องรับแสงได้ไวขึ้นครับ มี Noise ดีกว่าไม่ได้ภาพเลยนะครับ

ISO ต่ำ

-เหมาะกับการใช้กลางแจ้ง

-ใช้ได้กับภาพทุกภาพ

-ยิ่ง ISO ต่ำ ภาพยิ่งเนียน

-ISO คือค่าความไวถ้าเลขน้อย = ภาพมืดลง

ISO สูง

-ใช้ถ่ายในที่แสงน้อย

-มักใช้ถ่ายในอาคารหรือที่มืด

-ISO สูง Noise จะเยอะ

-ระมัดระวังการใช้ ISO สูงเพราะทำให้ไฟล์ภาพแย่ลง

Focal Length - ทางยาวโฟกัส

ทางยาวโฟกัส ถ้าจะให้ละเอียดวันนึงคงไม่จบแน่ ทางยาวโฟกัสที่อยากให้มือใหม่เข้าใจง่าย ๆ คือก็จะมี 3 ระยะด้วยกันคือ

1. มุมกว้าง ระยะประมาณ 50mm ลงมาครับ ส่วนใหญ่ปัจจุบันเลนส์กว้างที่ใช้มาก ๆ คือ Ultra Wide ระยะประมาณ 12mm – 16mm เพราะว่าถ่ายภาพได้อลังการงานสร้างมาก

2. ระยะ Normal ระยะ 50mm ครับ เป็นช่วงระยะประมาณสายตา ถ่ายง่าย และเลนส์ 50mm เป็นเลนส์ครูที่มือใหม่ทุกคนควรใช้ครับ เพราะเราจะรู้สไตล์ตัวเองได้จากเลนส์ 50mm นั่นเองว่าควรใช้เลนส์แคบหรือกว้างกันแน่

3. ระยะ Telephoto คือเลนส์ที่มีช่วงซูมมาก ๆ เหมาะกับการถ่ายดึงภาพไกล ๆ อย่างทิวทัศน์เน้นมุมแคบ ดึงภาพจากภูเขามาได้เลย หรือว่าถ่ายภาพบุคคลที่เน้นเจาะครึ่งตัวก็จะใช้ Tele ประมาณ 85mm ครับ

ระยะเลนส์ที่เหมาะสมนั้นอยู่ที่เราจะเลือกใช้ แต่สิ่งสำคัญคือเมื่อช่วงทางยาโฟกัสเลนส์มากขึ้น มุมภาพที่รับได้ก็จะแคบลงครับ ควรเข้าใจถึงข้อจำกัดตรงนี้ด้วยนะ

WHITE BALANCE

White Balance จะคอยทำหน้าที่ควบคุมให้สีของภาพออกมาตรงอย่างที่ตาเห็นโดยดูจากสมดุลของแสงสีขาวนั่นเองครับ

ประโยชน์ของ White Balance คืออะไร
อย่างที่บอกว่าเมื่อกล้องรับภาพ รับแสงเข้ามา เมื่อสีในภาพเกิดอาการผิดเพี้ยน ติดสีส้มเยอะเกินไป หรือสีฟ้าเยอะเกินไป กล้องก็จะคอยปรับค่า White Balance ให้สมดุลกับภาพที่เราเห็น ทำให้ภาพของเราออกมาสีตรงนั่นเองครับ สังเกตว่าอาการสีเพี้ยน ๆ นี้มักจะเกิดเมื่อเราถ่ายภาพในอาคาร ในห้อง ที่แสงจะไม่มากนัก ซึ่งอาการนี้จะเกิดกับกล้องมือถือหรือกล้องมิลเรอร์เลส (mirrorless) ก็ได้ แล้วในเมื่อกล้องปรับให้เรา ทำไมเราต้องมาเรียนเรื่อง White Balance กันล่ะ?

ค่าของ White Balance มีอะไรบ้าง และ หมายถึงอะไร?
ค่าของ White Balance โดยหลักแล้วจะมีอยู่ 8 อย่างด้วยกันครับ ไม่ต้องจำทั้งหมดนะครับ ให้เข้าใจว่ากล้องมีโหมดอะไรบ้าง แล้วถ้าจะเลือกปรับโหมดเองควรไปที่ไหน
Auto – กล้องคิดให้จะเป็นการปรับค่าแสงสมดุลสีขาวแบบอัตโนมัติ
Tungsten – แก้สีส้มในภาพโดยใส่สีน้ำเงิน สีฟ้าเข้าไป
Fluorescent – แก้สีน้ำเงิน สีเขียวในภาพ โดยใส่สีม่วงลงไป
Daylight – แก้สีฟ้าอ่อน ซึ่งจะเป็นสีที่เกิดจากดวงอาทิตย์ในตอนกลางวัน โดยใส่สีส้มเข้าไป
Flash – แก้สีฟ้าอ่อน คล้ายกับ Daylight โดยใส่สีส้ม สีเหลืองเข้าไป
Cloudy – แก้สีฟ้า ที่เกิดจากการมีเมฆ จะมีสีฟ้ามากกว่าปกติ กล้องก็ใส่สีส้มเข้าไป
Shade – แก้สีฟ้า ที่เกิดจากการถ่ายภาพในร่ม ซึ่งอาจจะมีสีฟ้ามากกว่าปกติ กล้องจะใส่สี ส้มเข้าไป
Custom – เลือกปรับเติมสีของ White Balance เอง ในกรณีที่เราเลือกปรับค่า White Balance แล้วแต่สีก็ยังออกมาไม่ตรง

COMPOSITION

กฎสามส่วน

เราจะเห็นได้ว่าในช่องมองภาพของกล้องเราที่ผู้ผลิตทำมาจะมีจุดตัด 9 ช่อง ซึ่งจะแบ่งเป็น 3 ส่วนหลักในแนวตั้ง และ 3 ส่วน หลักในแนวนอน โดยจุดตัดนี้เราจะใช้วิธีการจัดองค์ประกอบร่วมกันสองแบบครับ

วิธีแรกที่จะใช้ก่อนเลยคือ กฎสามส่วน วิธีนี้มักจะใช้แบ่งสัดส่วนของพื้นดินและท้องฟ้า ถ้าต้องการนำเสนอท้องฟ้าให้เด่น ก็เป็นท้องฟ้า 2 ส่วน พื้นดิน 1 ส่วน, ถ้าเน้นพื้นดินก็ พื้นดิน 2 ส่วน ท้องฟ้า 1 ส่วน

จากนั้นเราจะสร้างจุดสนใจให้กับแบบ ถ้าเราสังเกตเวลาถ่ายภาพเราจะไม่วางจุดสนใจไว้ตรงกลางภาพเท่าไหร่ วิธีการนั้นคือวางแบบหลักให้อยู่ตรงจุดตัด 9 ช่อง ดูต้นไม้นี้นะครับ ถูกวางไว้ในจุดตัดอย่างชัดเจน ทำให้แบบดูน่าสนใจเลย

แชร์กันเล้ยยย
Share on Facebook
Facebook
Share on Google+
Google+
Tweet about this on Twitter
Twitter
Share on LinkedIn
Linkedin

comments